วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ไคโตซานฟาร์มOK คือนวัตกรรมใหม่การเลี้ยงกุ้งตัวจริง คอนเฟริม์

คอนเฟริม์ไคโตซานฟาร์มOKตัวแก้ปัญหาบ่อกุ้ง จบทุกปัญหาการเลี้ยงกุ้ง

"เราคือใช่..หนึ่งเดียวเลี้ยงกุ้งไม่ป่วย"


กุ้งขาวแวนาไม เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นมูลค่าหลายสิบล้านต่อปี
เป็นกุ้งทะเลที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงเนื่องจากเลี้ยงได้ในสภาพความหนาแน่นสูง โตเร็วและมีผลผลิตต่อไร่สูง จากการเลี้ยงในสภาพหนาแน่น ทำให้กุ้งขาดแร่ธาตุ ส่งผลต่อการสร้างเปลือก และท้าให้เกิดปัญหากุ้งตายคาคราบ เปลือกนิ่ม เจริญเติบโตช้า อัตราการแลกเนื้อสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากการไม่สมดุลของแร่ธาตุในน้ำ, โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงกุ้งที่ความเค็มต่ำ แร่ธาตุเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในโครงสร้างเปลือก และเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่ม และเป็นองค์ประกอบปัจจัยร่วม (cofactor) และ หรือตัวกระตุ้น(activators) ในเอนไซม์น้ำย่อย หลายชนิดของกุ้ง การปรับสมดุลเกลือและน้ำ แร่ธาตุที่สำคัญต่อการดำรงชีพของกุ้งและเกี่ยวข้องกับการปรับสมดุล คือแคลเซียม -แมกนีเซียม -โซเดียม -โปตัสเซียม - คลอไรด์ โดยค่าไอออน( ions) ในเลือดกุ้งขาวที่อยู่ในความเค็ม 30 พีพีที มีค่า = 550,1000 - 7500,390 - 10500 มก/ล ตามลำดับความสำคัญของแร่ธาตุแต่ละชนิดมีดังต่อไปนี้
แคลเซียม มีความสำคัญต่อการสร้างเปลือก ความสมดุลกรดด่างภายในร่างกาย ความต่างศักย์ของเนื้อเยื่อ การแข็งตัวของเลือด การหดตัวของกล้ามเนื้อ และการดูดซับวิตามิน บี12 กุ้งสามารถดูดซึมแคลเซียมจากน้ำ อาจจะพบการดูดซึมทั้งหมดหรือบางส่วนจากน้้า จึงไม่จ้าเป็นต้องเสริมแคลเซียมในอาหารเลี้ยงกุ้งขาว หากต้องการเพิ่มแคลเซียมในน้ำสามารถเลือกใช้ปูนขาว (แคลเซียมคาร์บอเนต) แคลเซียมคลอไรด์ หรือแคลเซียมซัลเฟต (ยิบซั่ม)ได้
แมกนีเซียม มีความสำคัญต่อกุ้งทะเลในแง่เป็นตัวที่ช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ภายในร่างกาย ความต่างศักย์ของเนื้อเยื่อ การสร้างเปลือก และการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด เป็นแร่ธาตุที่พบปริมาณสูงในน้ำทะเล (1,350 mg/l)หากต้องการเพิ่มแมกนีเซียมในน้ำ แนะนำให้ใช้ แมกนีเซียมคลอไรด์ จะได้ประโยชน์มากกว่า แมกนีเซียมซัลเฟต(ดีเกลือ) กุ้งจะใช้แมกนีเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีสัดส่วนที่สมดุลกับแคลเซียม คือ อัตราส่วน แมกนีเซียม 3 ส่วน ต่อแคลเซียม 1ส่วน
โปตัสเซียม หน้าที่รักษาสมดุลของร่างกายโดยการควบคุมการเข้าออกของสารและน้ำภายในเซลล์ด้วยการทำงานพร้อมกับโซเดียม รักษาออสโมติคเพรสเชอร์รักษาสมดุลกรด-ด่าง มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทและจังหวะการเต้นของหัวใจ หากเกษตรกรพบว่ากุ้งมีอาการเป็นตะคริวง่าย สามารถลดปัญหาโดยใส่ โปตัสเซียมเพิ่มในน้ำ ซึ่งขอแนะให้ใส่ปุ๋ย โปตัสเซียมคลอไรด์ในปริมาณน้อยๆไม่ต้องมาก เช่น ใส่ 2-5 กิโลกรัมต่อไร่
โซเดียม หน้าที่รักษาสมดุลโดยการควบคุมการเข้าออกของสารและน้ำภายในเซลล์ด้วยการทำงานพร้อมกับโปตัสเซียม รักษาออสโมติคเพรสเชอร์ รักษาสมดุลกรด-ด่าง มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท พบว่าอัตราส่วนของ Na:K ที่ความเค็ม 4 ppt มี 28-30:1 จึงจะเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของกุ้งขาว แต่หากมี Na:K เท่ากับ 119:1 ทำให้การเจริญเติบโตและอัตราการรอดต่ำลงขณะที่ความเค็ม 30 ppt ควรมี Na:K เท่ากับ 40-43:1 จึงเหมาะสม แหล่งของธาตุโซเดียมที่สำคัญคือโซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง)
คลอไรด์ พบในของเหลวทั้งภายในและภายนอกเซลล์ กุ้งสามารถสะสมได้มากกว่าโซเดียมและโปตัสเซียม มีหน้าที่รักษาความเป็นกรด-ด่างของน้ำย่อยและเป็นส่วนประกอบของน้ำย่อย รักษาออสโมติคเพรสเชอร์ ควบคุมการเข้าออกของสารและน้ำภายในเซลล์
ฟอสฟอรัส มีความสำคัญต่อการสร้างเปลือก สมดุลกรดด่างภายในร่างกาย ความต่างศักย์ของเนื้อเยื่อ ขบวนการเมตาโบลิซึม เนื่องจากในแหล่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณฟอสฟอรัสต่ำการดูดซึมฟอสฟอรัสของสัตว์น้ำจากน้ำจืดหรือน้ำเค็มโดยทั่วไปยังมีไม่เพียงพอ ดังนั้นฟอสฟอรัสในอาหารสัตว์น้ำจึงมีความสำคัญ กุ้งมีความต้องการสูงเนื่องจากต้องใช้ฟอสฟอรัสในการสร้างเปลือกตลอดวงจรการลอกคราบนอกจากนี้ความต้องการของฟอสฟอรัสในกุ้งยังขึ้นอยู่กับปริมาณแคลเซียมอีกด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมในการแนะนำคือ 1:1
การควบคุมปริมาณแร่ธาตุให้มีความเหมาะสมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งยิ่งความเค็มมีมากเท่าไหร่ปริมาณแร่ธาตุก็มีมากขึ้นเช่นกัน ความเค็มที่เหมาะสมในการเลี้ยงกุ้งขาวอยู่ในช่วง 20-35 ppt เมื่อพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงของออสโมลาลิตี้และแร่ธาตุส่วนใหญ่ในระบบเลือด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระเคมีค่อนข้างต่ำหรือควบคุมได้ดีจึงส่งผลให้สามารถน้ำพลังงานไปใช้ในการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับความเค็มที่ต่ำกว่า 20 ppt ควรมีการเสริมแร่ธาตุบางชนิดในน้ำหรืออาหารตามความเหมาสม และที่ความเค็มที่สูงกว่า 35 ppt มีความจำเป็นต้องเจือจางน้ำเพื่อให้ความเข้มข้นของแร่ธาตุบางชนิดต่ำลง อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงสัดส่วนของแร่ธาตุด้วย จากงานวิจัยพบว่าการเสริมแร่ธาตุในน้ำที่ใช้เลียงกุ้งขาว ที่ความเค็ม 5 และ 25 ppt ส่งผลให้กุ้งมีเปอร์เซ็นต์น้้าหนัก ความยาว อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน ความถี่
ของการลอกคราบ สูงกว่าบ่อที่ไม่ได้เสริมแร่ธาตุ อีกทั้งมีเปอร์เซ็นต์ความแปรปรวนของความยาวน้อยกว่า
เพราะ..ฟาร์มOKคือนวัตกรรมใหม่ของการเลี้ยงกุ้งตัวจริง เราใช่ สําหรับเกษตรกรฟาร์มกุ้ง,เกษตรกรบ่อกุ้ง เชื่อมั่นเราได้100% ใช้เลี้ยงกุ้ง จบทุกปัญหาในหนึ่งเดียวคอนเฟริม์
โทร 062 013 5665

คอนเฟริม์ไคโตซานฟาร์มOK
ช่วยยับยั้ง,ทำลาย กำจัด,เชื้อราได้จริง!
สินค้าขายดีของร้านนี้ เทรนใหม่มาแรงเลี้ยงกุ้งไม่ป่วยใน 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้..
1. ใช้ฉีดพื้นบ่อเลี้ยงแทนยาฆ่าเชื้อ
2. ใช้ใส่ลงในบ่อเลี้ยงปรับค่าพีเอช ตัดตอนเชื้อโรคย่อยสลายของเสีย จับตะกอน สี ไขมัน
3. ใช้แช่พันธุ์ลูกกุ้งฆ่าเชื้อไวรัสแบคทีเรีย เชื้อโรคต่างๆ ก่อนปล่อยลูกกุ้งลงบ่อเลี้ยง
4. ใช้ผสมคลุกอาหารกุ้งเพื่อฆ่าเชื้อราป้องกันกุ้งป่วย
..ช่วยทำให้เลี้ยงกุ้งง่ายขึ้น สามารถใช้ได้ไม่จำกัด ใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา สนใจสั่งซื้อได้ที่คุณสกล นาคเอี่ยม โทร 062 013 5665
-นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น
- ไคโตซานฟู๊ดเกรดพรีเมี่ยม
-ไคโตซานนาโนเทค
-ไคโตซานเพียวๆ100%
-ไคโตซานไม่ผสมสารเคมี
-ไคโตซานเป็นสายพันธุ์สั้น
-ไคโตซานเข้มข้นกว่าเท่าตัว
-เห็นผลเร็วไว ตอบโจทย์ชัวร์
ประโยชน์การใช้เลี้ยงกุ้งทุกชนิด...

#ช่วยให้กุ้งสร้างเปลือกได้เร็ว ลอกคราบง่ายโตเร็ว ช่วยให้เปลือกกุ้งแข็งแรง แก้ปัญหาเปลือกกรอบแกรบ ตัวหลวมผอมบางลีบ สำหรับกุ้งที่ไม่ลอกคราบเลย และตัวนิ่ม

#ประกอบไปด้วยสารไคติน-ไคโตซาน จุลอินทรีย์ แอดติโอมายซีส เชื้อราไตรโคเดอร์มา สารแคลเซี่ยม สารคอปเปอร์ สารโพแทสเซียม และแร่ธาตุต่างๆที่มีอนุภาคเล็กอยู่ในฟาร์มOKเป็นรูปแบบที่กุ้งสามารถดูดซึมได้เร็ว และนำไปใช้ย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วทันที ทำให้กุ้งแข็งแรง

#ทำให้คุณภาพกุ้งดี ตัวกุ้งใส กุ้งเนื้อแน่น กุ้งแข็งแรง ตัวสวยใสเหมือนกุ้งจากธรรมชาติ

#กุ้งมีภูมิต้านทานโรคได้ดี ช่วยแก้ปัญหาโรคกล้ามเนื้อขาวขุ่น หรือกล้ามเนื้อตาย ตัวเป็นตะคริว ตัวคด ตัวงอ โรคเหงือกดำ กุ้งจิกโก๋หัวโตหางลีบ โรคซูโอเทียมเนียม กุ้งโรคธอร่า กุ้งเป็นแผล โรคกุ้งขี้ขาว โรคหัวเหลือง โรคกุ้งอี.เอ็ม.เอช(EMS) โรคตัวแดงลายจุด โรคกุ้งดาวกระจาย กุ้งแคระแกร็น (โรคใหม่กุ้ง EHP กับ SHIV ) ฯลฯ.

#ลดอัตราการตาย ลดอัตรากุ้งเครียด เพิ่มปริมาณผลผลิตดี ช่วยให้กุ้งไม่มีกลิ่นโคลน มีรสชาติเนื้อกุ้งหวานดีอร่อย

#ช่วยปรับค่า PH ในระหว่างการเลี้ยงให้สมดุลคงที่ เหมาะสำหรับทุกสภาพน้ำทุกฟาร์ม - ทุกบ่อเลี้ยง ทุกพื้นที่ทั่วไทย ทนต่อการเลี้ยงกุ้งยั่งยืน

**ขนาดบรรจุปริมาณ 1 ลิตรหรือ 1 แกลลอน เท่ากับ 1000 ซีซี.ราคา 712 บาท /1ลัง มี 12 ลิตร**

1🌿🍁🌾"คอนเฟริม์ จบทุกปัญหาบ่อกุ้งโรคระบาด" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/02/ok.html?m=1<<<คลิกเลย

2🌿🍁🌾"เลี้ยงกุ้งง่ายๆ จบทุกปัญหา การเลี้ยงกุ้ง" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/01/blog-post.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

3🌿🍁🌾 "พิชิตกุ้งขี้ขาว คอนเฟริม์ ขี้ขาวหายชัวร์ ขี้ขาวหายจริงๆ" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/12/blog-post.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

4🌿🍁🌾"จุดดี และ คุณสมบัติพิเศษ ของไคโตซาน ฟาร์มOK" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/10/blog-post.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

5🌿🍁🌾"แก้ขี้ขาวหายชัวร์"คอนเฟริม์"กุ้งเป็นโรคขี้ขาวใช้แล้วหายชัวร์พื้นที่จังหวัดสงขลา"
https://farmokl2512.blogspot.com/2018/09/ok.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

6🌿🍁🌾"เทรนกำลังมาแรง!!พื้นที่ไหนบ้างใช้แล้วขี้ขาวหายชัวร์ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/09/2538-2544-2548-340000-32000-ok-ems-ok.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

7🌿🍁🌾"กุ้งขาวใช้อะไรเลี้ยงถึงไม่เป็นขี้ขาวพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/09/blog-post_19.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

8🌿🍁🌾"โรคEHP และ โรค SHIV โรคระบาดในกุ้ง" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/05/ehp-shiv.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

9🌿🍁🌾"ฟาร์OK มีประโยชน์ต่อการเลี้ยงกุ้งอย่างไร" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/05/ok.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

10🌿🍁🌾"เลี้ยงกุ้งได้ ปลอดโรค รู้เขา รู้เรา เลี้ยงกุ้งง่าย ได้กำไรทุกค๊อบ ไม่เสียเวลา - พื้นที่" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/05/ok_16.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

11🌿🍁🌾"ไขกุญแจแห่งความสำเร็จในการควบคุมโรคระบาด EHP กับ SHIV / EMS https://farmokl2512.blogspot.com/2019/06/ehp-shiv-ems.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

เกษตรกรกว่า99% พอใจกับการใช้ไคโตซานฟาร์มOK

🌿🍁🌾สนใจสั่งซื้อ - สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
✍ส่งข้อความและโทรฟรีด้วย 🆔️LINE 0620135665
https://line.me/ti/p/hJ7AGHjAZZ<<< คลิ๊กเลย





ขอบคุณข้อมูลจาก: เคดิต ศูนย์วิจัยการตรวจและวินิจฉัยโรคกุ้งทะเล โรคสัตว์น้ำ

กุ้ง สัตว์น้ำ โรคระบาดในกุ้ง โรคกุ้งทุกชนิด เกษตร ปรับค่าพีเอชสมดุล บำบัดน้ำเสีย น้ำเน่ามีกลิ่น แพลงตอนก์ดร๊อป


วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ไขกุญแจแห่งความสำเร็จในการควบคุมโรคระบาดEHP กับ SHIV / EMS

ไคโตซานฟาร์มOK ตัวช่วยแก้ปัญหาบ่อกุ้ง
การเลี้ยงกุ้งให้สำเร็จ หรือราบรื่นนั้น การไม่เกิดโรคกุ้ง ย่อมเป็นการเลี้ยงที่เกษตรกรปรารถนาอย่างยิ่งในปัจจุบัน ทำไมโรคกุ้งมันเยอะอย่างนี้ ทำไมมันเลี้ยงยากอย่างนี้ จากการตรวจสุขภาพกุ้งให้เกษตรกร ได้เก็บข้อมูลพบว่าบ่อเดิมแต่การเลี้ยงแต่ละครั้ง แต่ละรอบ ต่างเวลา มีความแตกต่าง กับสูตรสำเร็จที่ไม่ซ้ำกันดังนั้นที่ว่ากุญแจแห่งความสำเร็จคุณภาพลูกกุ้ง พันธุ์กุ้งจริงหรือ ไม่ใช่หรือเปล่า ขอตอบว่าไม่จริงทั้งหมดเคยพบว่า ลูกกุ้งคุณภาพดีแต่เตรียมบ่อไม่ครบถ้วนเตรียมแบบด่วนๆ ปัญหาก็จะตามมาระหว่างการเลี้ยง ดังนั้นจึงแก้ปัญหาทุกทางเพื่อให้เลี้ยงรอด ขอยืนยันว่าทุกขั้นตอนทุกปัจจัยมีความสำคัญทั้งหมด จึงอยากให้ต้องตั้งต้นตึกตรองปัญหา ความเสี่ยง จุดด้อย ข้อผิดพลาดต่างๆ จากการเลี้ยงในช่วงเวลาที่ผ่านมาในรอบปี พ.ศ 2561 ในฟาร์มเลี้ยง และในพื้นที่การเลี้ยงรอบๆฟาร์มของเรานั่นเอง รวมทั้งข้อมูลสถานะการณ์ต่างๆในวงการเลี้ยงกุ้ง การสร้างความต้านทานโรคกุ้ง ต้องตั้งต้นตึกตรอง ในการเตรียมตัวที่ดีและเหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้งการเพิ่มความต้านทานโรคของกุ้ง ย่อมเกิดมาจากตัวกุ้งหรือสุขภาพกุ้ง คำถามจะทำยังไงให้กุ้งแข็งแรง มีสุขภาพดีมีความต้านทานโรคโดยตัวกุ้งเอง🦐🦐


1. เริ่มจากคุณภาพลูกกุ้งเตรียมลูกกุ้ง สายพันธุ์ อายุ อัตรา การปล่อยความหนาแน่น ขึ้นอยู่กับแนวทางการเลี้ยงที่แต่ละฟาร์มมีความพร้อมแตกต่างกัน แต่ก็ต้องการลูกกุ้งคุณภาพดีเหมือนกันทั้งหมด ในรอบปี พ.ศ 2561 ผลตรวจคุณภาพโดยรวมยังพบลูกกุ้งติดเชื้อดวงขาว และ วิบริโภค EMS รวมทั้งพบสปอร์ EHP ระยะสเปอร์ขนาดใหญ่เต็มวัยพร้อมขยายพันธุ์ในลูกกุ้ง พันธุ์ลูกกุ้ง ดังนั้นเกษตรกรควรจะต้องมีการฆ่าเชื้อโรคก่อนปล่อย หรือคัดเลือกลูกกุ้งก่อนปล่อยเพื่อลดความเสี่ยงในการเลี้ยง
💥🦐🦞 การเลือกลูกกุ้งที่ปลอดโรคจากการเชื้อไวรัส ดวงขาว หัวเหลือง แคระแกร็น กล้ามเนื้อตาย ธอร่า แผลและแบคทีเรีย เชื้อราไวรัส วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส EMS(Vibriparahaemolyticus EMS/AHPND)
💥🦐🦞 การเลือกลูกกุ้งที่พบ ปรสิตไมโครสปอริเดีย เช่น PHP(Enterocytozoon hepatopenaei,EHP) หรือพบติดเชื้อปรสิตระยะตัวอ่อนระยะพลาสโมเดียม(Plasmodium) ในปริมาณน้อยที่สุด เพราะถ้าลูกกุ้งพบสเปอร์EHP ในตับลูกกุ้งปริมาณมากจะมีผลกระทบต่อสุขภาพกุ้งในบ่อเลี้ยงเร็วขึ้น ทำให้กุ้งมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง การทำงานของตับ และตับอ่อนผิดปกติ การผลิตเอนไซม์น้ำย่อยลดลงเนื่องจากเซลล์ตับพบสปอร์ของ EHP ขยายเผ่าพันธุ์อยู่เต็มตับไปหมด
💥🦐🦞 ลูกกุ้งมีปริมาณแบคทีเรีย วิบริโอ ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน คือปริมาณแบคทีเรีย วิบริโอกลุ่มสีเหลือง ไม่มาก กว่า 1,000 ถึง 10,000 แบคทีเรีย วิบริโอ กลุ่มสีเขียว ไม่มากกว่า 100 แบคทีเรียวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส ไม่มากกว่า 30 แบคทีเรีย วิบริโอ รวมไม่เกิน มากกว่า 1,000 ถึง 10,000 โคโลนี ต่อน้ำหนักรวม ลูกกุ้ง 1 กรัม สิ่งสำคัญต้องไม่พบแบคทีเรียวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส EMS และแบคทีเรียวิบริโอเรืองแสง
💥🦐🦞 สุขภาพกุ้งทั่วไปต้องปกติไม่มีปรสิตภายนอก ไม่มีแบคทีเรียเส้นใยเกาะเหงือก เหงือกไม่อักเสบติดเชื้อ ไม่มีปรสิต และแบคทีเรียเส้นใยบริเวณขาเดิน ขาว่าย น้ำหางเช่นกัน รวมทั้งเนื้อเยื่อตับต้องแข็งแรงไม่เละแหลกง่าย มีการสะสมเม็ดไขมันได้ดีมาก ไม่มีเยื่อหุ้มสีดำขนาดตับปกติ ขนาดตับไม่เล็ก และไม่ฝ่อ
💥🦐🦞 ลูกกุ้งแต่ละสายพันธุ์มีธรรมชาติในการทนทานหรือไวต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ สภาพแวดล้อมในบ่อเลี้ยงได้แตกต่างกันเช่น ไม่ทนทานต่อน้ำจืดช่วงฝนตกหนัก และอุณหภูมิน้ำลดลงฉับพลัน ออกซิเจนละลายน้ำต่ำ เนื่องจากแพลงก์ตอนก์ดรอปตายอย่างรวดเร็ว เมื่อแพลงก์ตอนเพิ่มขึ้นน้ำเริ่มมีสีเข้มแล้วแพลงก์ตอนดรอป รวมทั้งจุลินทรีย์เพิ่มจำนวนมากทำให้มีสิ่งมีชีวิตในบ่อเลี้ยงที่ใช้ออกซิเจนรวมกับกุ้ง
💥🦐🦞 การขนส่งลูกกุ้ง ที่ไม่ทำให้ลูกกุ้งเครียด อ่อนแอระหว่างการขนส่ง เพราะมีผลในการปรับตัวการฟื้นตัวอย่างแข็งแรงในบ่อเลี้ยง หรือบ่อชำ ถ้าลูกกุ้งแข็งแรงปรับตัวฟื้นตัวได้ดีทำให้อัตราการรอดดีไม่มีผลเรื้อรังต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรก


2. เตรียมแนวทางการจัดการในการเลี้ยงกุ้งที่เหมาะสมกับความพร้อมของทีมงานคนเลี้ยงหลายๆฟาร์มมีปัญหาที่คนเลี้ยง เพราะคนเลี้ยงกุ้ง คือ คนสำคัญที่จะทำให้การเลี้ยงสำเร็จ หรือมีปัญหาอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น ดังนั้นการเอาใจใส่ ให้ความรู้ ให้ความเข้าใจ ให้ความรัก มีส่วนทำให้การเลี้ยงมีความสำเร็จสูง
💥🦐🦞 เตรียมฟาร์ม เตรียมบ่อ โดยเฉพาะพื้นบ่อถึงแม้นจะมีหลุมกลางบ่อช่วยดูดขี้กุ้ง คราบกุ้ง ซากกุ้ง พุ่งออกมาแล้วก็ตามแต่ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการบำบัดฟื้นฟูพื้นบ่อ ให้ไม่มีเชื้อโรคตกค้าง หรือไม่มีหลงเหลืออยู่เลย ดังนั้นขั้นตอนฆ่าเชื้อในการเตรียมบ่อ ต้องถึงขั้นทำร้าย จำกัดสเปอร์ไมโครสปอริเดียทุกชนิด โดยเฉพาะ อีเอชพี EHP วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส EMS หลังจากดูดเลนของเสียออกไป เมื่อยังมีน้ำความชื้นอยู่ให้ใช้ฟาร์มOK ผสมกับน้ำฉีดฆ่าเชื้อพื้นบ่อเลี้ยงเพื่อกำจัดทำลายสปอร์และแบคทีเรียไวรัส เชื้อรา ปรสิต ที่ฝั่งตัวอยู่ในดินให้ได้มากที่สุด แล้วตากบ่อไว้ให้แห้ง 7 วัน ถ้าบ่อเป็นดินกรดไม่เหมาะกับการตากบ่ออาจเติมน้ำแล้วใช้ฟาร์มOKฆ่าเชื้อบำบัดย่อยสลายพื้นบ่อก่อน จากนั้นสามารถทำการเตรียมบ่อขั้นต่อไป
💥🦐🦞 เตรียมน้ำ ในปัจจุบันน้ำที่ใช้มีหลายแบบทั้งน้ำฝน น้ำจืด น้ำบาดาล น้ำเค็มจากคลอง น้ำกร่อย น้ำจากแม่น้ำ น้ำทะเล น้ำเค็มจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีโอกาสเสี่ยงปนเปื้อนจากเชื้อโรคของกุ้ง ข้อคำนึงถึงลักษณะธรรมชาติของน้ำแต่ละชนิดที่ต้องปรับคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับกุ้ง การฆ่าเชื้อและลดปริมาณเชื้อที่ตกค้าง ในน้ำก่อนจะนำมาใช้เลี้ยงครั้งต่อไป การจัดการคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับกุ้ง และความหนาแน่นของกุ้งที่เลี้ยงคือการตั้งต้นใหม่ที่ต้องวางแผนในการเลี้ยงให้ดี
💥🦐🦞 เตรียมอาหารเม็ดสำเร็จรูป ที่ใช้เลี้ยงกุ้งทะเลคุณค่าทางอาหารโปรตีน จากปลาป่นโปรตีนจากแหล่งอื่นๆ เช่นกากถั่วเหลือง กากถั่วเหลืองหมัก ข้าวโพด แป้งสาลี รําข้าว ไขมัน ถ้าอาหารมีคุณค่าที่เหมาะสมกับกุ้งจะมีส่วนช่วยให้กุ้งแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรค


✍ในการเลือกอาหารที่มีคุณภาพที่ดีมีคุณค่าทางอาหารเหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้ง แล้วยังต้องผลิตจากวัตถุดิบที่ดีด้วย การเก็บรักษาอาหาร
💥🦐🦞คุณภาพวัตถุดิบไม่เหมาะสมวัตถุดิบหลักที่ใช้ผลิตอาหาร เช่น ปลาป่น กากถั่วเหลืองดิบ มีผลต่อการเลี้ยงกุ้งคุณค่าทางอาหารที่ไม่เหมาะสมกับกุ้ง โปรตีนไม่เหมาะสม เปอร์เซ็นต์โปรตีนไม่เหมาะสมมากเกินไป กุ้งจะแตกไซส์คุณภาพไม่ดี ไม่โตตามแผน
💥🦐🦞วัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ผลิตอาหาร มีผลต่อเนื้อเยื่ออวัยวะระบบทางเดินอาหารทำให้เนื้อเยื่อบุทางเดินอาหารหลุดลอก บางลง
💥🦐🦞 วัตถุดิบของอาหารที่ไม่เหมาะสม กับกุ้ง กุ้งไม่สามารถใช้เพื่อการเจริญเติบโตได้หมด เหลือเป็นสารอินทรีย์ทำให้คุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงมีของเสียมากจึงจำเป็นต้องมีการจัดการลดปริมาณสารอินทรีย์ไม่ให้มีการสะสมลงในบ่อระหว่างการเลี้ยงเพราะถ้าปล่อยให้ของเสียสะสมเพิ่มมากอาจทำให้การเลี้ยงมีปัญหาสภาพน้ำมีของเสียมากปริมาณแพลงก์ตอนบลูมแล้วดรอปบ่อยซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กุ้งเครียดภูมิคุ้มกันโรคลดลง เชื้อโรคที่มีอยู่ในตัวกุ้งจะฉวยโอกาสเพิ่มจำนวน และทำลายระบบต่างๆในตัวกุ้ง เมื่อเกิดขึ้นบ่อยๆกุ้งจะอ่อนแอ และมีกุ้งบางตัวที่มีอาการหนัก ป่วยตาย และกุ้งที่ป่วย ถูกกุ้ง ตัวอื่นๆกิน จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในบ่อเลี้ยงจึงเป็นที่มาในการดูดของเสีย กุ้งตาย ซากกุ้ง คราบกุ้ง ออกมาจากบ่อ เพื่อช่วยลดของเสียและลดการติดเชื้อโรคการแพร่ระบาดของเชื้อโรคสู่กุ้งตัวอื่นๆในบ่อเลี้ยง
💥🦐🦞การคงตัวของเม็ดอาหารไม่ละลายน้ำง่ายเกินไปเพราะมีผลกับการเพิ่มของปริมาณแบคทีเรียคุณภาพน้ำและการโตของกุ้งและทำให้กุ้งขนาดแตกไซส์อย่างชัดเจน ในอาหารที่ละลายน้ำง่ายและอาหารที่แข็งเกินไป
💥🦐🦞 ความเป็นกรดเป็นด่าง (PH) ของอาหาร มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดเซลล์เยื่อบุบาง ตับหลุดออก (ATM)
💥🦐🦞 วัตถุดิบต่างๆที่ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบ องค์ประกอบทางเคมีนำมาให้ผลิตอาหารมีผลกระทบต่อเยื่ออวัยวะระบบทางเดินอาหารของกุ้งทำให้เนื้อเยื่อบุทางเดินอาหารหลุดลอกและบางลง
💥🦐🦞 กากถั่วเหลืองและธัญพืชมีผลทำให้สเปอร์ EHP เพิ่มจำนวนมากในตับกุ้งและตับอ่อนรวมทั้งในระบบทางเดินอาหารของกุ้งและเมื่อกุ้งขี้ออกมาเป็นสารอินทรีย์ เพราะกุ้งไม่สามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ ทำให้มีของเสียมากในบ่อเกิดเชื้อแบคทีเรียมากและเกิดปุ๋ยให้แพลงก์ตอน พืช และเกิดแพลงก์ตอนสัตว์มากในบ่อ
💥🦐🦞 การจัดการของเสีย ขี้กุ้งในปัจจุบันมีการใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อย(แต่ไม่สลาย)เพื่อให้โปรตีนถูกย่อยเป็นโปรตีนขนาดเล็กหรือกรดอะมิโนที่ทำให้กุ้งย่อยง่ายดูดซึมพร้อมนำไปใช้งานแต่ยังคงมีปัญหาสารอาหารที่คงค้างในขี้กุ้ง ดังนั้นในการกำจัดของเสียจากบ่อเลี้ยงกุ้งถังน้ำต้องมีการบำบัดให้มีคุณภาพน้ำตามมาตรฐานก่อนจะปล่อยน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้งสู่แม่น้ำลำคลองและทะเลส่วนขี้กุ้ง ขี้เลนพื้นบ่อต้องมีเก็บเลนและควรมีการบำบัดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอด เช่นทำปุ๋ยใช้เสริมในการเกษตรด้านอื่นๆต่อไป


สรุป 🦐🦞 จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจาก การทดลองและจากการตรวจสุขภาพกุ้งให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่องหลายบ่อ และหลายๆฟาร์มในเวลาที่ผ่านมาทั้งพิสูจน์หาสาเหตุการเกิดโรคการหาแนวทางแก้ปัญหาลดการติดเชื้อโรคทำให้พอจะเข้าใจทั้งระบบที่ผ่านมาว่าการพัฒนาการเลี้ยงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่คาดไม่ถึงอย่างน่าเสียดาย แต่เมื่อเกิดวิกฤตย่อมมีโอกาสที่จะแก้ไขปรับปรุงและนำบทเรียนต่างๆมาใช้ ให้เกิดประโยชน์เพื่อความยั่งยืนของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย การควบคุมโรคระบาด หัวใจสำคัญคือไม่ควรจะให้มีการเกิดโรคในบ่อเลี้ยงแม้แต่บ่อเดียว หรือกุ้งป่วยติดเชื้อแม้แต่ตัวเดียว ดูจะเป็นเรื่องยากแต่ถ้าเราตั้งใจ ตั้งแต่ต้น เตรียมตัวอย่างดี เข้าใจธรรมชาติการเลี้ยงสัตว์น้ำ การเกิดโรคหรือปัญหาต่างๆย่อมไม่มีผลกระทบรุนแรง ถ้าทุกส่วนของวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำช่วยกันอย่างเข้าใจ จริงใจ ซื่อสัตย์ และ เสียสละ เพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง🦐🦞


  🦐_คอนเฟริม์ ฟาร์มOK_🦐
ช่วยยับยั้งเชื้อราได้จริง!!!!!!!

สินค้าขายดีของร้านนี้ เทรนใหม่มาแรงเลี้ยงกุ้งไม่ป่วยใน 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
🦐 ใช้ฉีดพื้นบ่อเลี้ยงแทนยาฆ่าเชื้อ
🦐 ใช้ใส่ลงในบ่อเลี้ยงปรับค่าพีเอช ตัดตอนเชื้อโรคย่อยสลายของเสีย จับตะกอน สี ไขมัน
🦐 ใช้แช่พันธุ์ลูกกุ้งฆ่าเชื้อไวรัสแบคทีเรีย เชื้อโรคต่างๆ ก่อนปล่อยลูกกุ้งลงบ่อเลี้ยง
🦐 ใช้ผสมคลุกอาหารกุ้งเพื่อฆ่าเชื้อราป้องกันกุ้งป่วย
..ช่วยทำให้เลี้ยงกุ้งง่ายขึ้น สามารถใช้ได้ไม่จำกัด ใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา สนใจสั่งซื้อได้ที่คุณสกล นาคเอี่ยม เบอร์โทร 062 013 5665
🦐 นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น
🦐 ไคโตซานฟู๊ดเกรดพรีเมี่ยม
🦐 ไคโตซานนาโนเทค
🦐 ไคโตซานเพียวๆ100%
🦐 ไคโตซานไม่ผสมสารเคมี
🦐 ไคโตซานเป็นสายพันธุ์สั้น
🦐 ไคโตซานเข็มข้นกว่าเท่าตัว
🦐 เห็นผลเร็วไว ตอบโจทย์ชัวร์

1🌿🍁🌾"คอนเฟริม์ จบทุกปัญหาบ่อกุ้งโรคระบาด" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/02/ok.html?m=1<<<คลิกเลย

2🌿🍁🌾"เลี้ยงกุ้งง่ายๆ จบทุกปัญหา การเลี้ยงกุ้ง" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/01/blog-post.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

3🌿🍁🌾 "พิชิตกุ้งขี้ขาว คอนเฟริม์ ขี้ขาวหายชัวร์ ขี้ขาวหายจริงๆ" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/12/blog-post.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

4🌿🍁🌾"จุดดี และ คุณสมบัติพิเศษ ของไคโตซาน ฟาร์มOK" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/10/blog-post.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

5🌿🍁🌾"แก้ขี้ขาวหายชัวร์"คอนเฟริม์"กุ้งเป็นโรคขี้ขาวใช้แล้วหายชัวร์พื้นที่จังหวัดสงขลา"
https://farmokl2512.blogspot.com/2018/09/ok.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

6🌿🍁🌾"เทรนกำลังมาแรง!!พื้นที่ไหนบ้างใช้แล้วขี้ขาวหายชัวร์ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/09/2538-2544-2548-340000-32000-ok-ems-ok.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

7🌿🍁🌾"กุ้งขาวใช้อะไรเลี้ยงถึงไม่เป็นขี้ขาวพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา" https://farmokl2512.blogspot.com/2018/09/blog-post_19.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

8🌿🍁🌾"โรคEHP และ โรค SHIV โรคระบาดในกุ้ง" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/05/ehp-shiv.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

9🌿🍁🌾"ฟาร์OK มีประโยชน์ต่อการเลี้ยงกุ้งอย่างไร" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/05/ok.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

10🌿🍁🌾"เลี้ยงกุ้งได้ ปลอดโรค รู้เขา รู้เรา เลี้ยงกุ้งง่าย ได้กำไรทุกค๊อบ ไม่เสียเวลา - พื้นที่" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/05/ok_16.html?m=1>>>คลิ๊กเลย

🌿🍁🌾สนใจสั่งซื้อ - สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
✍ส่งข้อความและโทรฟรีด้วย 🆔️LINE 0620135665
https://line.me/ti/p/hJ7AGHjAZZ<<< คลิ๊กเลย





ขอขอบคุณ
เคดิต : โดย ดร.ธิดาพร ฉวีภักดิ์ ศูนย์วิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจันทบุรีกองวิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์ น้ำชายฝั่งจันทบุรี กรมประมง

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เลี้ยงกุ้งได้ ปลอดโรค รู้เขา รู้เรา เลี้ยงกุ้งง่าย ได้กำไรทุกค๊อบ ไม่เสียเวลา-พื้นที่

ไคโตซานฟาร์มOK นาโนเทค จุลินทรีย์เชิงบวก


ไคโตซานฟาร์มOKใช้อย่างไร จึงได้ประโยชน์ในการเลี้ยงกุ้ง



หากกล่าวถึงไคโตซาน เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสารตัวใหม่ที่นำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 10กว่าปี ซึ่งพบว่ามีประโยชน์มากกับการเลี้ยงสัตว์น้ำหลายชนิด เช่น กุ้ง ปลา กบ

ไคโตซานเป็นสารโพลิเมอร์ ธรรมชาติ ที่ได้จากการสกัดจากเปลือกกุ้ง ประกอบไปด้วย น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว(กลูโคซามีน)เรียงต่อกันเป็นสายยาว ไคโตซานที่นำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ มีคุณสมบัติและลักษณะที่ดีมีค่า DEGREE OF DEACETYALATION ที่สูง มากกว่า 90 และเป็นไคโตซาน ที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ปราศจากการปนเปื้อน ของเชื้อโรค เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียเชื้อไวรัส เชื้อโรคอย่างสิ้นเชิง

✍ประโยชน์ของไคโตซาน ฟาร์มOKเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ

💢 กุ้งทุกชนิด กุ้งทุกสายพันธุ์ กุ้งทุกประเภท

ฟาร์มOK เป็นสารตั้งต้น ในการสร้างเนื้อเยื่อและเปลือก กระตุ้นให้มีการลอกคราบได้ดีโตเร็วลอกคราบง่าย

ฟาร์มOK เพิ่มการไหลเวียนของเลือดกุ้งทำให้มีการหมุนเวียนของสารอาหารดีและขับถ่ายของเสียดีขึ้น

ฟาร์มOK เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับกุ้งทุกชนิดเพิ่มภูมิต้านทานให้กุ้งแข็งแรงต่อต้านเชื้อโรคเชื้อไวรัสเชื้อราทุกชนิด

ฟาร์มOK ใช้เป็นสารเคลือบอาหารกุ้งเพื่อให้อาหารคงทนไม่ละลายสูญเสียไปกับน้ำ ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตดี

ฟาร์มOK ใช้จับตะกอนและควบคุมปริมาณสาหร่ายในน้ำ ช่วยปรับค่าน้ำคุมPH ปรับน้ำให้สมดุลคงที่ และย่อยสลายของเสีย ลดแอมโมเนีย ลดกลิ่นเหม็น ช่วยส่งเสริมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ช่วยให้น้ำโปร่ง ปลดปล่อยไนโตเจน เพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ ถึงแม้อากาศจะร้อน แต่น้ำในบ่อเลี้ยงจะเย็น

ฟาร์มOK ช่วยป้องกันกุ้งไม่ให้ติดเชื้อไวรัส เชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้ฟาร์มOKผสมอาหารกุ้งอย่างสม่ำเสมอและเป็นประจำทุกวัน

💢 ใช้ได้กับตะพาบน้ำ และปลาทุกชนิด

ฟาร์มOK เพิ่มสีในปลาให้เข้มขึ้นสีจัดขึ้นโดยเฉพาะปลาคาร์ฟสีแดงจะเข้มมาก

ฟาร์มOK จะกระตุ้นให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น ระบบย่อยอาหารแข็งแรง ฟาร์มOKเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตในปลาได้ดี

💢 ใช้ได้กับกบทุกชนิด ทุกสายพันธุ์

ฟาร์มOKช่วยให้กบกินอาหารได้ดีขึ้นกบโตเร็วขึ้น ไคโตซานเสริมความแข็งแรงให้กับระบบย่อยอาหารของกบ ไคโตซานช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกบให้สมดุลเหมาะสม


ประสิทธิภาพของไคโตซานในการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆมีดังนี้

1.ใช้เคลือบเม็ดอาหารกุ้งและ สัตว์น้ำอื่นๆ เพื่อให้เม็ดอาหารแตกตัวช้า รวมทั้งใช้ในการเคลือบยา วิตามินและอาหารเสริมอื่นๆ เพื่อไม่ให้ละลายไปกับน้ำในบ่อเลี้ยง เนื่องจากไคโตซานจะมีคุณสมบัติ ไม่ละลายน้ำเมื่อแห้ง และจะเก็บสารอาหารยาและวิตามินไว้ในเม็ดอาหารได้ดี สามารถใช้ไคโตซานเคลือบอาหารเพื่อทดแทนน้ำมันเคลือบทั้งหลาย เช่น น้ำมันปลาหมึกน้ำมันหอย คอเลสเตอรอล น้ำมันปลาทะเล ซึ่งน้ำมันเหล่านี้จะทำให้ตับกุ้งบวมเหลือง เนื่องจากตับกุ้ง ย่อยไขมันไม่ไหว ไขมันจะค้างอยู่ในตับกุ้งเป็นจำนวนมาก

2. ใช้บำรุงตับ เพื่อสุขภาพกุ้ง และเสริมสร้างเปลือก ใช้ไคโตซานประมาณ 10-20 ซีซี.ต่ออาหารกุ้ง 1 กิโลกรัม เคลือบอาหารกุ้งแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที -1 ชั่วโมง จนเม็ดอาหารแห้ง ควรผสมไคโตซานให้กุ้งกินเป็นประจำตั้งแต่เล็กๆ(เริ่มผสมที่อาหารเบอร์ 2 )เมื่อกุ้งได้รับไคโตซานอย่างต่อเนื่องสุขภาพจะดีขึ้น การดีดตัวดีขึ้น กล้ามเนื้อใสเหมือนแก้ว การลอกคราบเป็นปกติ มีเปลือกที่หนาแข็งแรงเป็นมันเงา กุ้งที่เลี้ยงไคโตซานจะไม่ติดเชื้อโรคจากไวรัส แบคทีเรียเชื้อรา และปรสิต

     " คำถาม และ คำตอบ "


แล้วมีความจำเป็นหรือไม่ ที่จะเลือกใช้ไคโตซานในการเลี้ยงกุ้ง โดยปกติกุ้งจะมีการสร้างเปลือก ลอกคราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการเจริญเติบโตกุ้งที่มีคุณภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีการจัดการบ่อเลี้ยงที่ดี และคุณภาพน้ำที่ดี ก่อนปล่อยกุ้งหนาแน่น มีความจำเป็นต้องใช้ไคโตซานเพื่อเสริมสุขภาพกุ้งแต่จะเลือกใช้ไคโตซานเสริมสร้างเมื่อมีข้อสังเกตุจากการเลี้ยงดังนี้...

🦐 ปล่อยกุ้งหนาแน่นได้ดี กุ้งขาวแวนาไม 150,000 ตัว/ต่อไร่ หรือ 200,000 ตัว/ต่อไร่ กุ้งกุลาดำ 50,000 ตัว/ต่อไร่ 80,000 ตัว/ต่อไร่
🦐 กุ้งลอกคราบช้าโตช้า
🦐 กล้ามเนื้อกุ้งขุ่นไม่ใสสะอาด
🦐 ลอกคราบเปลือกนิ่มบาง เปลือกแข็งตัวช้า
🦐 ต้องการเคลือบวิตามินยาให้ละลายอย่างช้าๆ
🦐 ลูกกุ้งที่ปล่อยลงบ่อไปไม่เกิน 20 วันมีอาการอ่อนแอให้เห็น
🦐 กุ้งมีแผลสีดำตามเปลือกต้องการลอกคราบทิ้งเปลือกที่เป็นแผลออก
🦐 น้ำในบ่อเลี้ยงPHแกว่ง แพลงตอนก์ดร๊อป

☝️เมื่อพบอาการข้อใดข้อหนึ่งตามข้างต้นนี้ สามารถใช้ไคโตซานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาข้างต้นนี้ได้ แต่ถ้าให้ไคโตซานป้องกันตั้งแต่แรกจะได้ผลดีที่สุดเนื่องจากกุ้งต้องนำไคโตซานเข้าสะสมในตัวทีละน้อยจนมีปริมาณไคโตซานมากพอที่จะเสริมสร้างเปลือกและเนื้อเยื่อได้
การใช้ไคโตซานเพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงกุ้งนั้น ผู้เลี้ยงควรจะอดทนรอผลการใช้ประมาณ 1-2 อาทิตย์ เนื่องจากการให้ไคโตซานผสมกับอาหารกุ้ง เพื่อสร้างสุขภาพกุ้งให้แข็งแรง สร้างเปลือก สร้างเนื้อเยื่อ ต้องใช้เวลาให้กุ้งได้สะสมไคตินมากพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้และควรให้กุ้งได้รับสารไคโตซานมากพอ โดยผสมอาหารให้กุ้งกินทุกมื้อ ทุกวัน เป็นประจำจนเมื่อกุ้งสมบูรณ์แข็งแรงดีพร้อมจับกุ้งขาย

✍ปัจจุบันนี้มีสินค้าที่ทำจากไคโตซาน มากมายหลายบริษัท แต่ละบริษัทก็มีสูตรที่คล้ายกันบ้าง หรือบางบริษัทก็มีสูตรที่เฉพาะเจาะจงของบริษัทนั้นๆ แต่พื้นฐานของสินค้าทั้งหมดก็มาจากไคโตซานเหมือนกัน ที่จริงแล้วสินค้าที่ทำจากไคโตซานที่มีคุณสมบัติดีนั้นต้องมาจาก

#ขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดี
#การเลือกใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลเหมาะสมกับจุดประสงค์ของแต่ละการใช้งาน

#วิธีการผสมและความสะอาดของการผลิต

ขั้นตอนที่1.การคัดเลือกวัตถุดิบที่ดี วัตถุดิบที่ดีสำหรับการทําไคโตซานควรจะเป็นของสด เช่น เปลือกกุ้งสด,เปลือกปูสด ระหว่างที่นำมาผลิตต้องเก็บในอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส ขั้นตอนในการสกัดโปรตีนออกมา ต้องสกัดให้หมดเนื่องจากถ้ามีโปรตีนเหลือ จะทำให้ไคโตซานเน่าเสียได้เมื่อ ทำเป็นสารละลายต้องสกัดแคลเซียมและเกลือแร่ออกให้หมดเพื่อให้มีปริมาณกากเหลือน้อยที่สุดเพื่อที่จะได้ไคตินที่มีประโยชน์มีคุณภาพดีเมื่อนำไปผลิตต่อจะได้ไคโตซานคุณภาพดีที่สุดไคโตซานที่มีคุณภาพดีควรมีค่า DD (DEGREE OF DEACETYLATION) มากกว่า 90 ขึ้นไป ค่าดีดี( DD)เป็นค่าที่แสดงให้เห็นว่า ไคโตซานที่มีค่าดีดี (DD)สูงมาก จะละลายได้ดีมากมีส่วนที่เป็นกากน้อยสารละลายที่ได้จะมีความใสสะอาดมากตรงกันข้ามกับไคโตซานที่มีค่าดีดี(DD)ต่ำ จะละลายยากและมีความขุ่นมาก สารละลายที่ได้จะไม่ใสสะอาด เนื่องจากมีกากและส่วนที่ไม่ละลายมากไม่เหมาะสมกับการนำมาใช้ผสมเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการคุณภาพ เช่น อาหารคน อาหารกุ้ง สารเสริมภูมิคุ้มกันพืชทางใบ แต่สามารถนำไคโตซานที่มีค่าดีดี(DD)ต่ำมาใช้เป็นปุ๋ยผสมดินบำบัดน้ำเสียได้ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ไคโตซานที่มีค่าดีดี(DD)สูงนัก ดังนั้นไคโตซานที่มีคุณภาพดีจะสังเกตได้จากค่าดีดี(DD)ที่สูง ถ้าสามารถขอรับใบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์จากผู้ขายได้จะดีมาก ไคโตซานที่มีเนื้อสารละลายที่ใสสะอาดไม่มีตะกอนและผลิตมาจากบริษัทที่เชื่อถือได้ว่ามีความชำนาญมีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดได้มาตรฐานเนื่องจากไคโตซานที่ไม่บริสุทธิ์เมื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะเน่าเสียเร็วมีความขุ่นสูงละลายยากไม่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป

ขั้นตอนที่2.การเลือกใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลเหมาะสมกับจุดประสงค์ของแต่ละการใช้งาน ความต้องการใช้ไคโตซานในแต่ละจุดประสงค์นั้นขึ้นกับน้ำหนักโมเลกุลของไคโตซาน ซึ่งไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลน้อยจะมีสายสั้น ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลมากจะมีสายยาวและธรรมชาติไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างๆ จะคัดมาจากแต่ละส่วนของอวัยวะของกุ้งปู ซึ่งเปลือกของกุ้งปูแต่ละส่วนเมื่อทำเป็นไคโตซานเรียบร้อยแล้ว จะมีน้ำหนักโมเลกุลไม่เหมือนกันเปลือกกุ้ง เปลือกปู ที่ถูกเก็บมาอย่างดีด้วยความเย็นจัดจะให้โมเลกุลที่สม่ำเสมอมากกว่า เปลือกกุ้งเปลือกปูตากแห้งที่ไม่ได้เก็บด้วยความเย็น เปลือกที่ตากแห้งจะมีเศษโปรตีนปนเปื้อนมากกว่าเปลือกสดจะทำให้ได้ไคโตซานที่มีคุณภาพต่ำกว่าการใช้เปลือกกุ้ง เปลือกปูสดมาผลิต จุดประสงค์ในการคัดเลือกไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างๆ มาใช้งานก็เพื่อที่ จะต้องการให้ไคโตซาน มีผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เหมาะกับจุดประสงค์นั้นๆ เช่น เมื่อต้องการใช้เคลือบเม็ดอาหารกุ้ง อาหารปลาและอาหารกบ จะได้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงและน้ำหนักโมเลกุลปานกลางเป็นส่วนใหญ่ถ้าต้องการใช้กับพืชจะต้องใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำมากๆ หรือถ้าต้องการใช้ไคโตซานในการเคลือบผักผลไม้เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาควรจะใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงมากๆ

ขั้นตอนที่3. วิธีการผสมและความสะอาดของการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยไคโตซานในแต่ละสูตรนั้น มีวิธีการผสมที่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งาน และคุณสมบัติของสารละลายไคโตซานที่แตกต่างขึ้นอยู่กับ
✔ กรดอินทรีย์แต่ละชนิด ที่ใช้ทำละลายไคโตซาน
✔ กรรมวิธีการละลายไคโตซาน
✔ อุณหภูมิที่ใช้ขณะทำการละลาย
✔ ภาชนะที่ใช้ทำละลาย
✔ การควบคุมไอออนของโลหะในสารละลาย
✔ การกำจัดแบคทีเรียและเชื้อรา ที่ปนเปื้อนในสารละลาย การควบคุมการผสมโดยผู้เชี่ยวชาญสารละลายไคโตซานที่ดีนั้น จะต้องมีความใสสะอาดสูงปราศจากฝุ่นละออง และกากของไคตินต้องไม่มีกลิ่นเหม็น มีความเข้มข้น เหมาะสมกระบวนการทำละลาย ใช้อุณหภูมิที่เหมาะสม ในภาชนะปลอดสนิม ใช้น้ำที่ปราศจากอาหาร ที่ปราศจากไอออน ในการทำละลาย และผ่านกระบวนการการกำจัดเชื้อรา และแบคทีเรียด้วยความร้อน ขั้นตอนทั้งหมดควรถูกควบคุม โดยผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญชำนาญและมีประสบการณ์เกี่ยวกับไคโตซานมาเป็นเวลานานหลายปี...

จบทุกปัญหาเรื่องการเลี้ยงกุ้ง           

จุดดี..ของไคโตซาน ฟาร์มOKนำเข้าพีเมี่ยมฟู๊ดเกรด นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ผสมสารเคมี เป็นสารสกัดจากเปลือกกุ้ง เพียว 100% สะอาดบริสุทธุิ์ สายพันธุ์สั้น เป็นประจุบวกมีฤทธิ์เป็นด่าง มีอนุภาคเล็กดูดซึมได้เร็วไว ย่อยสลายเร็ว เห็นผลตอบโจทย์เร็ว ส่งเสริมการทำงานของจุลอินทรีย์สังเคราะห์แสง มีสาร(Actiomycetes)แอคติโอมายซีส(ตัวย่อย)ช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลอินทรีย์ที่ดี ช่วยย่อยสลายของเสีย จับตะกอนแขวนลอย
มีสาร(Trichoderma)ไตรโคเดอม่า ซึ่งเป็นเชื้อรา(ตัวเขมือบ)ที่กินเชื้อราด้วยกัน
มีโปตัสเซี่ยม ช่วยทำให้กุ้งไม่เป็นตะคริว เพราะกุ้งไม่เครียด
มีไคติน-ไคโตซาน ที่ช่วยให้กุ้งเก็บเอาไปสะสมสร้างเปลือก และลอกคราบง่าย โตเร็ว เนื้อแน่น น้ำหนักดี กำไรงาม  กุ้งสามารถนำไคโตซาน ฟาร์มOKซึ่งมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ไปใช้ในรูปแบบการดูดซึมได้ทันที  จึงแนะนำ : เกษตรกร เปลี่ยนมาใช้ ไคโตซาน ฟาร์ม OK เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย ช่วยลดต้นทุนในการเลี้ยงกุ้ง ได้ปริมาณการเลี้ยงกุ้งมากขึ้น ใช้เลี้ยงกุ้งไม่บาง เลี้ยงกุ้งหนาแน่นจะได้ประโยชน์สูงสุด จะคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่า การเลี้ยงกุ้งบาง




💢 นี่ไม่ใช่การโฆษณา!!! แต่ผลิตภัณฑ์ไคโตซานฟาร์มOK ของ"เฮ็ลธ์ฟู๊ดส์เน็ตเวริค์" สามารถช่วยโลกของเราได้
คลิ๊กเลย>>>https://farmokl2512.blogspot.com/2019/05/ok.html?m=1

💢 "คอนเฟริม์ จบทุกปัญหาบ่อกุ้งเป็นโรคระบาด,แก้แอมโมเนียสูง" คลิ๊กเลย>>>https://farmokl2512.blogspot.com/2019/02/ok.html?m=1

💢 "ฟาร์มOK เลี้ยงกุ้งง่ายจริงๆ">>>คลิกเลย https://farmokl2512.blogspot.com/2019/01/blog-post.html?m=1

💢 "พิชิตกุ้งขี้ขาว" ขี้ขาวหายชัวร์ พิชิตกุ้งขี้ขาวหายจริงๆ คลิ๊กเลย>>> https://farmokl2512.blogspot.com/2018/12/blog-post.html?m=1

สนใจสั่งซื้อ - สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
✍ส่งข้อความและโทรฟรีด้วย 🆔️LINE 0620135665
https://line.me/ti/p/hJ7AGHjAZZ<<< คลิ๊กเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก: เคดิต ศูนย์วิจัยการตรวจและวินิจฉัยโรคกุ้งทะเล โรคสัตว์น้ำ

กุ้งขาว กุ้งกุลาดำ เกษตรกรรม บำบัดน้ำเสีย โรคกุ้งEHP โรคกุ้งทุกชนิด 

🦐🦐🦐🦐🦐🦐🦐🦐🦐🦐

ฟาร์มOK มีประโยชน์ต่อการเลี้ยงกุ้งอย่างไร?


ไคโตซาน มีประโยชน์กับการเลี้ยงกุ้งอย่างไร?


ไคโตซาน ฟาร์ม OK เพียวๆ 100 % นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ผสมเคมี สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสารเคมีตกค้าง ปลอดภัย ทั้งผู้ใช้ และผู้ขาย รวมถึงผู้บริโภค

✍เริ่มมีการนำไคโตซาน มา ประยุกต์ ใช้ในธุรกิจสัตว์น้ำ โดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้ง เมื่อนานมาก กว่าปีนี้ โดยเริ่มจากการนำไคโตซาน มาเคลือบเม็ดอาหารกุ้งก่อน โดยมีความเชื่อว่า ไคโตซานเป็นโพลิเมอร์ธรรมชาติ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ในสมัยก่อนนั้น อาหารกุ้งจะมีค่าความคงตัวต่ำ ละลายน้ำได้เร็ว เมื่อแช่อาหารกุ้งในน้ำ 2-3 ชั่วโมง อาหารกุ้งจะละลายตัวเละ ยุ่ยง่าย จนกุ้งไม่สามารถนำเม็ดอาหารกุ้งมากินได้ ทำให้อาหารกุ้งละลายเสียสภาพไป จมน้ำในบ่อเป็นจำนวนมาก และเศษอาหารที่ละลายอยู่ ในน้ำ จึงเป็นปัญหากับคุณภาพ น้ำในบ่อ ก่อให้เกิดการเน่าเสียของน้ำ ทำให้ค่าแอมโมเนีย และไนไตรท์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเป็นพิษกับกุ้งในบ่อ หากแก้ไขคุณภาพน้ำในบ่อไม่ทัน อาจทำให้กุ้งเสียหายและตายเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อใช้ไคโตซาน ในรูปแบบสารละลายไคโตซานเข้มข้น 3-5 % W/V มาเคลือบเม็ดอาหาร และผึ่งตากทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้เกิดฟิล์มไคโตซานแห้ง หลังจากเม็ดอาหารถูกเคลือบด้วยไคโตซาน แห้งดีแล้ว จึงนำไปหว่านลงในบ่อกุ้ง เม็ดอาหารจะคงตัวอยู่ในน้ำได้นานถึง 12 ชั่วโมง โดยไม่ละลายตัวกลายเป็นผง ยุ่ยง่าย ยังคงสภาพเป็นเม็ดอยู่ มีเนื้อสัมผัสคล้ายกับลูกชิ้นปลาเนื่องจากไคโตซานจะเข้าไปรัดเม็ดอาหารให้อยู่ในตัวในน้ำ กุ้งสามารถ คีบเม็ดอาหารกินได้ง่าย และ ทำให้คุณภาพของน้ำ ในบ่อดีขึ้น เนื่องจากไม่มีเม็ดอาหารละลายออกมาจนทำให้น้ำในบ่อเสียจนเกิดแอมโมเนีย

💢แต่เมื่อใช้ไคโตซานเคลือบ เม็ดอาหารกุ้ง ให้กินสักระยะหนึ่ง กุ้งจะเริ่มทยอยลอกคราบออกมา เนื่องจากไคโตซานไปเสริมสร้างสารไคตินซึ่งเป็นสารที่กุ้งใช้สำหรับการสร้างเปลือก และเนื้อเยื่อ ซึ่งกุ้งธรรมชาติ ได้รับไคตินสด อย่างเพียงพอ จากเปลือกของสัตว์ทะเลต่างๆที่กุ้งจับกิน เช่น กุ้ง,เคย,กุ้งปูตัวเล็ก,หอย,ปลาหมึก จึงทำให้กุ้งธรรมชาติสามารถลอกคราบได้อย่างปกติ แต่กุ้งในบ่อเลี้ยง ได้รับสารไคตินไม่เพียงพอที่จะช่วยในการลอกคราบ เนื่องจากกุ้งในบ่อเลี้ยงมีจำนวนมาก และถูกเลี้ยงอย่างหนาแน่นปริมาณไคตินที่กุ้งจะได้รับจากอาหารกุ้ง จึงไม่มากเพียงพอถึงแม้นว่ากุ้งจะสามารถสังเคราะห์สารไคตินขึ้นมาได้เองจากอาหารก็ตาม


💢การลอกคราบของกุ้งเกิดจากการสะสมอาหารอย่างเต็มที่ และสร้างสารไคตินขึ้นมาได้เพียงพอกุ้งจึงเริ่มลอกคราบเพื่อขยายขนาดตัว (หลังจากกุ้งลอกคราบกุ้งจะกินคราบเก่าของตัวเอง)เพื่อสร้างไคตินเก็บไว้สำรองสำหรับการลอกคราบครั้งต่อไปกุ้งที่ลอกคราบไปแล้ว จะไม่สามารถลอกคราบได้อีกในระยะเวลาสั้นๆเนื่องจากต้องสะสมอาหารและสร้างสารไคตินสำหรับการสร้างเปลือกให้ได้มากเพียงพอ เสียก่อน จึงสามารถลอกคราบครั้งต่อไปได้

💢ก่อนที่กุ้งจะเริ่มลอกคราบกุ้งจะเริ่มดึงแร่ธาตุจากเปลือกมา เก็บไว้ที่ตับกุ้ง ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในตัวกุ้ง ตับกุ้งมีหน้าที่ย่อยอาหารสร้างเอนไซม์เก็บสะสมอาหารและแร่ธาตุต่างๆไว้สำหรับการดำรงชีวิตของกุ้งเมื่อกุ้งลอกคราบแล้วกุ้งจะดึงสารอาหารต่างๆและแร่ธาตุที่เก็บไว้ที่ตับมาใช้ในการสร้างโครงสร้างเปลือก และดูดแร่ธาตุต่างๆจากน้ำผ่านทางเหงือกเพื่อสะสมทำให้เปลือกแข็งในที่สุด


💢กุ้งเก็บสารสร้างเปลือกในรูป สารประกอบไคตินไว้ในตับและเนื้อเยื่อและจะนำมาใช้เมื่อเริ่มลอกคราบหากกุ้งได้อาหารเสริมสารไคติน เช่น ไคโตซาน ก็จะทำให้กุ้งสามารถสร้างสารประกอบไคตินได้มากขึ้นจึงทำให้การลอกคราบง่ายและสมบูรณ์ ซึ่งทำให้มีอัตราการรอดชีวิตสูง การเสริมสารไคตินในอาหารกุ้ง ช่วยให้กุ้งกินอาหารเป็นประจำมีประโยชน์ต่อกุ้งและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทำให้เลี้ยงกุ้งง่ายขึ้น แข็งแรงขึ้น โตเร็วดีขึ้น ลอกคราบง่ายสมบูรณ์ขึ้น ที่สำคัญ ไคโตซานเป็นสารธรรมชาติที่สกัดมาจากเปลือกกุ้ง 100% จึงเหมาะที่จะนำมาใช้ บำรุงกุ้ง และไม่มีสารตกค้างหรือสารต้องห้ามผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพมานานมากกว่า 10 ปี ว่า มีประโยชน์เมื่อนำไปใช้กับการเลี้ยงกุ้งและบำบัดน้ำเสียในบ่อเลี้ยงกุ้ง แก้แอมโมเนียสูง






"คอนเฟริม์ จบทุกปัญหาบ่อกุ้งเป็นโรคระบาด,แก้แอมโมเนียสูง" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/02/ok.html?m=1<<<คลิกเลย

สนใจสั่งซื้อ - สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
✍ส่งข้อความและโทรฟรีด้วย 🆔️LINE 0620135665
https://line.me/ti/p/hJ7AGHjAZZ<<< คลิ๊กเลย

( เกษตรกรกว่า 99% พอใจกับฟาร์มOK )

กุ้ง สัตว์น้ำ โรคระบาดในกุ้ง โรคกุ้งทุกชนิด เกษตร ปรับค่าพีเอชสมดุล บำบัดน้ำเสีย น้ำเน่ามีกลิ่น แพลงตอนก์ดร๊อป




ขอบคุณข้อมูลจาก: เคดิตศูนย์วิจัยและชันสูตรโรคสัตว์น้ำ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

🦐#กุ้งกุลาดำ #กุ้งขาวแวนาไม #บำบัดน้ำเสีย #แก้ปัญหาแก๊สไข่เน่า #ลดแอมโมเนีย #ปรับค่าพีเอชให้สมดุลคงที่


วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

โรค EHP - SHIV รักษาได้

โรค EHP - SHIVมีงานวิจัย มีทางรักษาให้หายขาดได้จริง



โรค EHP - SHIV
เกิดจากเชื้อราเห็ด และ ปรสิต ระบาดในกุ้งขาวแวนาไม และ กุ้งกุลาดำ
EHP กับ SHIV โรคใหม่กุ้ง ประมงหวั่นซ้ำรอย EMS
..นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เผยว่า ขณะนี้มีรายงานในต่างประเทศพบโรคระบาดในกุ้ง 2 โรค ทำให้มีอัตราการตายสูง ได้แก่ โรค Hepatopancreatic microsporidioisis caused by Enterocyto- zoon hepatopenaei หรือ EHP ที่เกิดจากเชื้อไมโครสปอริเดีย ส่งผลให้กุ้งโตช้า แตกไซส์ อาจทำให้เกิดอาการขี้ขาว กุ้งทยอยตาย กับโรค Shrimp hemocyte iridescent virus หรือ SHIV เพื่อเป็นการป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้เชื้อโรคดังกล่าวเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย โดยเฉพาะจากการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์กุ้งหรืออาหารมีชีวิตมาจากต่างประเทศ

ฟาร์มOK ไคโตซาน นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น สายพันธุ์สั้น ไม่มีส่วนผสมของเคมี ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศกำหนดให้โรค EHP และโรค SHIV ซึ่งเกิดในกุ้งเป็นโรคภายใต้ พ.ร.บ.โรค ระบาดสัตว์ เช่นเดียวกับโรคอื่นๆในสัตว์น้ำที่เคยมีการประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ 38 โรค

"การเพาะเลี้ยงกุ้งภายในประเทศ จำเป็นต้องปรับเข้าสู่ระบบปิด" และจัดการฟาร์มตามหลักไบโอซีเคียวริตี้ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาดในกุ้ง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตกุ้งเหมือนช่วงที่โรค EMS ระบาด ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยปกป้องและรักษาเสถียรภาพกุ้งไทยให้เข้มแข็ง”
อธิบดีกรมประมงให้ข้อมูลโรค EHP เกิดจากเชื้อปรสิต Enterocytozoon hepatopenaei จัดอยู่ในกลุ่มของไมโคร-สปอริเดียน ซึ่งเป็นปรสิตที่มีขนาดเล็กมาก (เล็กกว่า 1 ไมครอน ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่า) การตรวจสอบต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ที่ระดับกำลังขยายสูงสุด โดยมีรายงานการติดเชื้อปรสิตชนิดนี้ในกุ้ง Penaeus japonicas ในประเทศออสเตรเลีย มาตั้งแต่ปี 2544 แม้ว่ากุ้งจะไม่ตายด่วน แบบ EMS แต่จะมีผลทำให้กุ้งโตช้า เลี้ยงต่อไปเกษตรกรจะขาดทุนค่าอาหาร ในประเทศไทยเคยพบปรสิตชนิดนี้ครั้งแรกในกุ้งกุลาดำเมื่อปี 2547 พบในเซลล์ตับและตับอ่อนของกุ้งกุลาดำ แต่พบในสัดส่วนไม่มากพอที่จะก่อให้เกิดโรค EHP


💢ส่วนโรค SHIV หรือไวรัสกุ้งเกล็ดเลือด เป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่ในตระกูล Lridoviridae ในเชื้อ L.vannamei โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การประมง แห่งประเทศจีน ตรวจพบในกุ้งขาว Litopenaeus vannamei ที่บ่อเลี้ยงที่เมืองเจ้อเจียงแล้วเกิดตายลงเป็นจำนวนมาก เมื่อปี 2556 พบการตายในกุ้งตัวใหญ่ ลำตัวสีซีด ท้องว่างเพราะไม่กินอาหาร กล้ามเนื้อเปลือกแข็ง ตัวแดงเล็กน้อย และสามารถแพร่เชื้อไปยังกุ้งก้ามกรามได้ด้วย แต่ยังไม่พบการระบาดในบ้านเรา

เกษตรกรกว่า 99% พอใจกับฟาร์มOK พื้นที่ภาคใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช


บ่อเลี้ยงกุ้งขาวแวนาไม ใช้ฟาร์มOK โดย เลี้ยงแบบระบบปิด ตลอดระยะการเลี้ยงกุ้งไม่ป่วยเลย น้ำในบ่อเลี้ยงก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย นำน้ำและตัวกุ้งไปตรวจที่กรมประมงทุกอาทิตย์ น้ำปกติดี กุ้งไม่ติดเชื้อ 90%
ระยะเวลา 66 วัน
ไซด์  59 ตัว
ราคา 170.- กุ้ง 5 ตันกว่า..








"คอนเฟริม์ จบทุกปัญหาบ่อกุ้งเป็นโรคระบาด,แอมโมเนียสูง" https://farmokl2512.blogspot.com/2019/02/ok.html?m=1<<<คลิกเลย

🌿🍁🌾สนใจสั่งซื้อ - สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
🌿🍁🌾ส่งข้อความและโทรฟรีด้วย 🆔️LINE 0620135665
https://line.me/ti/p/hJ7AGHjAZZ<<< คลิ๊กเลย

เกษตรกรกว่า 99% พอใจกับฟาร์มOK

#กุ้งขี้ขาว #สัตว์น้ำ #โรคระบาดในกุ้ง #โรคกุ้งทุกชนิด #เกษตร #ปรับค่าพีเอชสมดุล #บำบัดน้ำเสีย #น้ำเน่ามีกลิ่น #แพลงตอนก์ดร๊อป #โรคEHP-SHIV


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: เคดิต ไทยรัฐฉบับพิมพ์